ARTIST OF FREEDOM #1

Issues05.04.2018
artistof freedom

INTERVIEW:  ปัง ตันเต็ก ผู้ชนะการประกวดโครงการเสรีภาพเสรีเพลงปี 2016

ใคร ๆ ก็รู้ว่าบุพเพสันนิวาส และ พรหมลิขิต ทำให้พี่หมื่นและออเจ้าการะเกดได้พบกัน
แต่มีกี่คนที่รู้ว่า โครงการเสรีภาพเสรีเพลง ทำให้นักดนตรี นักแต่งเพลงสองคน มีจุดเชื่อมโยงที่เหมือนด้ายแดงผูกโยงกันไว้

วันนี้ ปัง จะกลับมาปังอีกครั้งในฐานะศิลปินกับก้าวเดินใหม่ ๆ ในเส้นทางดนตรี

ภายใต้ค่าย 1 2 3 Records ค่ายเพลงดีๆอีกค่ายที่สนับสนุนให้คน นับ หนึ่ง สอง ซั่ม แล้วลงมือแต่งเพลง

 
หลังจากที่ชนะการประกวดโครงการเสรีภาพเสรีเพลง “บทเพลงถึงตัวฉันเอง” ปังไปทำอะไรต่อ
ผมก็ยังเป็นเภสัชกรครับ แต่เปลี่ยนจากการจ่ายยาตามร้านขายยา มาเป็นผู้แทนยา ทำหน้าที่ให้ข้อมูลยาที่เราดูแลกับแพทย์ว่ายาที่เราดูแลเหมาะสมกับผู้ป่วยในกลุ่มใด ควรใช้หรือไม่ควรใช้อย่างไร เพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยของแพทย์ครับ

แล้วยังแต่งเพลงอยู่หรือเปล่า
ก็แต่งเพลงอยู่เรื่อยๆครับ

ใครชักนำให้ได้รู้จักกับดนตรี
พ่อผมครับ เมื่อก่อนตอนพ่อเด็กๆ พ่ออยู่จังหวัดตราด ในหมู่บ้านจะมีรุ่นพี่ของพ่อที่เขามีกีต้าร์ พ่อผมอยากเล่นมากแต่เขาก็หวงกีต้าร์มาก พ่ออยากเล่นก็เลยไปคอยเปิดหนังสือเพลงให้เจ้าของกีต้าร์ พอเขาเล่นเสร็จ พ่อก็จะขอเขาเล่น ก็เป็นความฝันของพ่อในวัยเด็ก พอมีผม พ่อก็เลยส่งผมไปเรียนกีต้าร์ครับ ตอนนั้นผมอยู่ประมาณ ป.6 ม.ต้น ราวๆนั้น เริ่มเรียนเป็นกีต้าร์คราสสิคก่อน แต่พอเรียนไป ก็เริ่มอยากเล่นเพลงที่เล่นไปด้วยร้องไปด้วยได้ เลยเปลี่ยนมาเล่นกีต้าร์โฟล์คแทน เพลงแรกที่ผมหัดเล่นแล้วเล่นจบเพลงคือเพลงพูดไม่ค่อยเก่ง ของ AB Normal ส่วนแม่ก็จะพาไปซื้อแผ่นซีดีกับหนังสือเพลงเสมอๆครับ

แล้วเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่
ผมเริ่มแต่งเพลงช่วงปี 2554 ช่วงน้ำท่วม เพลงแรกก็แต่งเพลงให้แฟนครับ และก็เขียนเพลงมาเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งผมรู้สึกว่าบางเพลงที่ฟัง มันมีเนื้อหาใกล้เคียงกับชีวิตเรา แต่ก็ไม่ได้ตรงกับเราทั้งหมด มีบางท่อนที่ไม่ตรง ผมก็เลยรู้สึกว่าอยากมีเพลงที่บอกความรู้สึก ความคิดของตัวเอง ก็เลยเขียนเองครับ
 
รู้สึกยังไงบ้างที่ “บทเพลงถึงตัวฉันเอง” ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในโครงการเสรีภาพเสรีเพลง 
ดีใจครับ ก็ไม่ได้คิดว่าจะชนะครับ จริงๆผมเกือบจะไม่ได้ส่งครับ เพราะโครงการประกาศเลื่อนวันปิดรับสมัคร แล้วผมเห็นประกาศว่าเลื่อนวันปิดรับสมัครในวันสุดท้ายที่ปิดรับสมัครพอดี  แต่ก็คิดว่ายังไงก็ต้องส่งให้ได้ครับ เลยขอพี่ผู้จัดการร้านว่า ผมขอพักสัก1ชั่วโมงนะครับ ไปส่งเพลงเข้าโครงการประกวด จะรีบกลับมาครับ ผมรีบไปซื้อซีดีเพื่อไรท์แผ่น กลับห้องไรท์แผ่น แล้วเอามาส่งในห้างที่ผมทำงานอยู่ ในวันสุดท้ายของการส่ง หลายเดือนถัดมา ผลออกมาว่าผมชนะ เพลงนี้ก็เปลี่ยนชีวิตผมไปมากพอควรเลยครับ ก็ขอบคุณทางโครงการ ทางมูลนิธิและก็happeningด้วยครับ

ตอนที่แต่งเพลงคิดถึงอะไรอยู่
คิดเกี่ยวกับเรื่องสิทธิเสรีภาพของผู้คน สิทธิเสรีภาพในการเลือกดำเนินชีวิตในด้านต่างๆ แต่เนื้อความส่วนใหญ่ก็อ้างอิงจากเรื่องของผมเองนี่แหละครับ เลยเป็นบทเพลงถึงตัวฉันเองครับ

ในเพลงท่อนหนึ่งบอกว่า “อยากเปลี่ยนโลกนี้ด้วยเสียงเพลง” ยังอยากเปลี่ยนอะไรอยู่ไหม
เปลี่ยนโลกของผมเองครับ ในบางเวลาที่ไม่ค่อยจะดี ก็อยากเปลี่ยนให้กลับมาสดใสครับ 
 
ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าเจอพี่แสตมป์ 123 Records ครั้งแรกได้ยังไง
มีอยู่วันหนึ่งผมก็ยืนขายยาอยู่ที่ร้านขายยาให้เอ็มควอเทียร์ พี่แสตมป์ก็มาซื้อยาที่ร้าน ผมก็ยังไม่ได้พูดอะไรกับพี่แสตมป์ แต่ในใจผมอยากบอกว่าผมทำเพลงอยู่ พอพี่แสตมป์เดินออกจากร้าน ก็เลยหยิบเศษกระดาษขึ้นมาเขียนชื่อวงผม บอกพี่ที่เคาเตอร์ว่า พี่ครับเดี๋ยวผมมานะ พี่แสตมป์ก็เดินสวนกลับมาพอดี พี่เค้าก็ถามผมว่า อ้าวกลับแล้วเหรอครับ ผมก็เลยยื่นกระดาษส่งให้พี่แสตมป์แล้วบอกเค้าอันนี้ชื่อวงผมครับ ถ้าวันหนึ่งเพลงผมดีพอเรามาทำดนตรีด้วยกันนะครับ 

แล้วมาเจอกันอีกทีได้ยังไง
พอทางโครงการเปล่อยเอ็มวีเพลง บทเพลงถึงตัวฉันเอง ออกไป ก็มีรุ่นน้องบอกผมว่าพี่แสตมป์ทวีตถึง บอกว่าจำน้องเภสัชกรคนนี้ได้ เคยเจอที่ร้านขายยา ตอนนั้นผมยังไม่ได้เล่นทวีตเตอร์ ก็ไม่รู้เรื่อง แต่ก็ดีใจที่ที่พี่แสตมป์จำได้ หลังจากนั้น ก็ได้พูดคุยกันโดยพี่วิภว์ดึงเข้ากลุ่มในไลน์ครับ

คิดว่าพี่แสตมป์ชอบอะไรในตัวปัง แล้ว ปังชอบเพลงอะไรของพี่แสตมป์บ้าง
คิดว่าน่าจะเป็นsinger song writer เหมือนกันครับ และกํเห็นความเป็นผมที่ออกมาในเนื้อเพลงครับ
ส่วนเพลงของพี่แสตมป์ที่ผมชอบก็มีหลายเพลงครับ เช่น ครั้งสุดท้าย กาลครั้งหนึ่ง เพลงเร็วก็ชอบในเซเว่นซีนเพลงคลั่ง รอฟังคำนั้น เพลงความคิดก็ชอบ คิดว่าทุกคนก็น่าจะชอบนะ ไม่น่าจะมีใครที่ไม่ชอบเพลงนี้ครับ

ช่วยเล่าถึงที่มาที่ไปเพลงล่าสุดเพลง “แพ้” ได้ไหม
เพลงแพ้มีที่มาที่ไปจากในเฟสบุค มีคนโพสต์ว่า ถ้าความรักเป็นเกม คนที่รู้สึกมากกว่าก็แพ้ ในช่วงแรกๆที่เรายังไม่มั่นใจ บางทีมีการกั๊ก กลัวว่าจะรักเค้าดีไหม แต่พอเราตัดสินใจแล้ว เราก็จะทุ่ม ทีนี้ถ้าเค้าไม่รักเราก็แพ้ ทั้งที่จริงๆแล้วเราอาจจะแพ้เขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้วก็ได้ หรือถ้าโชคดีได้คบกันแต่มีคนมาแย่งเขาไปจากเรา เราก็แพ้ แม้กระทั่งเขาจากไปแล้วเราก็ยังคงแพ้อยู่ดีครับ

ในเนื้อเพลง ดูเหมือนปังเป็นคนที่ยอมให้กับความรัก มีเรื่องอะไรที่ปังยอมแพ้ไม่ได้บ้าง
ไม่ยอมแพ้ในการทำเพลง ไม่เลิกทำเพลงแน่นอนครับ

จากวงการเภสัช สู่ วงการดนตรี สองวงการนี้เหมือนหรือต่างกันยังไง
ผมว่าก็ไม่ต่างกันนะครับ มันเป็นการทำงานด้วยความเป็นคน มันก็คล้ายๆกันครับ อาจมีการเปลี่ยนรูปแบบวิธีการที่ต่างออกไปบ้าง แต่สุดท้ายก็เป็นการทำงานร่วมกันกับคน

ในฐานะเภสัชกร ยามีไว้รักษาโรค ในฐานะคนดนตรี ช่วยบอกสรรพคุณเพลงของปังหน่อยว่าเป็นยาชนิดไหน
ในตลาดยามียาหลายชนิด ในตลาดเพลงก็มีเพลงหลายสไตล์ ผมก็มีทั้งเพลงรักเพลงอกหักทั่วไป แต่ก็จะมีอีกแนวเพลงที่ผมชอบครับ เป็นเพลงเล่าเรื่อง ผมมองว่ามันเป็นเพลงที่กลุ่มคนฟังไม่ได้กว้างนัก แต่ก็คิดว่ามีคนที่กำลังรอฟังอยู่ครับ

เวลาขาดสารอาหารก็ต้องเติมวิตามิน ถ้าสังคมเราขาดเสรีภาพ เราควรจะเทคยาตัวไหนดี
คิดว่าเพลงครับ ให้ดนตรีเยียวยา เพลงอะไรก็ได้ที่ชอบ ที่อยากฟัง ณ เวลานั้น ผมว่าเราพอที่จะมีเสรีได้เมื่อเราฟังเพลงนะครับ ถ้าทุกคนฟังเพลงที่เติมเต็มเสรีภาพให้กับตัวเองได้ เราก็น่าจะพอเติมเสรีภาพเข้าไปในสังคมได้บ้าง ไม่มากก็น้อยครับ

ตอนนี้อยากทำอะไรที่สุด
อยากทำเพลงปล่อยเพลงออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ และก็อยากไปเล่นดนตรีตามที่ต่างๆครับ อยากเจอทั้งคนที่เคยและไม่เคยฟังเพลงผม

ถ้าวันหนึ่งมีโอกาสได้เจอกัน เรามาร้องเพลงไปด้วยกันนะครับ

เพราะการเคลื่อนที่ไปในที่ต่างๆได้อย่างเสรี ทำให้คนดนตรีสองคนได้เจอกันและทำเพลงด้วยกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะบุพเพสันนิวาส หรือ เพราะพรหมลิขิต 
ก็คงเป็นเสรีภาพของเสียงเพลงที่ทำให้คนสองคนได้มาเจอกันในเวลาที่เหมาะสม
และสร้างสรรค์งานเพลงที่กลมกล่อม ละเมียดละไม
 
#FreedomisEverywhere
#FreedominLyrics
#FreedomofExpression

#ARTISTOFFREEDOM